No Flash & No Multi-tasking ใน iPad [update_1]

เขียนใหม่เป็นอีก blog นึงไปเลยดีกว่า เพราะว่าท่าจะยาวและมีอะไรที่อยากจะเขียนถึงเยอะ(หรือเปล่าหว่า...)

No Flash

หลายคนร้องยี้ แต่ผมคิดว่า Apple เดินมาถูกทางแล้วกับการอาศัย web standard เพื่อการแสดงผล ผมเดาว่าเพราะ

  1. flash เป็นระบบปิด apple ควบคุมไม่ได้
  2. flash กินทรัพยกรเครื่องสูง เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ + ความร้อนอีก

ในฐานะคนที่ทำเว็บ ออกแบบเว็บ และตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บมาตลอดในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า อีกหน่อย web standard จะมาทดแทน flash ได้เพราะตอนนี้ technology เริ่มไปถึงแล้ว

  • มี javascript ที่สั่ง browser ทำงานแปลก ๆ ได้ และ browser รุ่นใหม่ อ่านและประมวลผล javascript ได้เร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
  • มี css รุ่นใหม่ที่เริ่มทำ animation ได้บ้างแล้ว ลองใช้ safari เข้าหน้าเว็บนี้ดูนะครับ webkit ที่เป็น core ของ safari รองรับตรงนี้แล้ว อีกหน่อยจะมีตามมาอีก
  • HTML 5 รองรับ media มากขึ้น เว็บ Youtube และ video sharing อื่น ๆ เริ่มทำ video ของตัวเองให้เป็น HTML 5 คู่ไปกับ flash แล้ว.. คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากหวังผลให้แสดงผลได้บน mobile device ที่ไม่มี flash รองรับ... เช่น iPhone/iPad หรืออื่น ๆ ที่จะมีตามมา

ขาดอยู่แต่ความต้องการของคลาด และความขยันของ developer

จากเดิมที่ผมคิดว่าจุดนี้จะใช้เวลานานหลายปี แต่พอดูจำนวน iphone/ipod touch และ คาดว่าจำนวน ipad ที่จะขายดีรวมกันเข้าไปด้วยแล้ว การใช้ mobile internet จะมากขึ้นไปอีก และนั่นจะทำให้นักพัฒนาเว็บหันมาทำเว็บแบบเป็นกลางโดยใช้ web standard มากขึ้น ในะระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น

ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี

เพราะถ้าทุกเว็บหันเข้าหา web standard มากขึ้นผลที่ได้คือ ผู้ใช้บันเทิงมากกว่าเดิม เพราะเสพเนื้อหาได้มากขึ้น(หรืออย่างน้อยเท่าเดิม) แต่แบตฯหมดช้า และค่าเครื่องถูกลงในระยะยาว เพราะไม่ต้องการทรัพยากรเครื่องที่สูงมากนักในการแสดงผล

No Multi-tasking

การทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่หลายคนอยากได้ แต่มองข้ามความจริงง่าย ๆ บางข้อไป

  1. การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ไม่มีทางดีได้ในชีวิตจริง สุดท้ายผู้ใช้งานก็ focus งานที่ทำตรงนี้ได้เป็นอย่าง ๆ ไปอยู่ดี
  2. ถ้าจะปล่อยให้มี process วิ่งอยู่ใน background = กินแบตฯ และเปิดโอกาสให้โปรแกรมตีกัน
  3. การทำงานเป็นอย่า่ง ๆ ไป ทำให้ cpu กำลังเหลือ ... เอาไว้ทำงานเฉพาะทางที่ต้องการคำนวนเยอะ ๆ เช่นเกม ได้อย่างเต็มที่

แต่ก่อน เรามักจะมองว่า cpu ความเร็ว 1GHz นั้นไม่เพียงพอ .. เพราะเราเอามาทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เอามาทำงานครับ ๕๕๕) แต่ ถ้าเราทำงานทีละอย่าง ด้วย cpu 1GHz แล้ว ผมคิดว่า cpu จะมีกำลังเหลือเฟือให้ทำงานได้เต็มที่ และดีด้วย

ลองสังเกตพวกเครื่องเล่นเกมดูก็ได้ครับ ความเร็ว cpu ไม่เยอะเลย แต่เขาทำงานทีละอย่าง ไม่ตีกัน และ hardware ถูกออกแบบมาเฉพาะทาง ดูผลที่ได้สิครับ เล่นเกมกราฟฟิกตระกาลตาได้ ด้วยทรัพยากรที่น้อยกว่าเครื่องตั้งโต๊ะของเราหลายเท่า (ลองดู spec ของเครื่อง wii ดูก็ได้ครับ)

ดังนั้น การไม่มี multi-task ผมว่ามีข้อดี .. ถ้าแลกกับประสิทธิภาพโดยรวมของ ipad ทั้งเรื่อง battery และ application ที่สามารถแสดงพลังได้เต็มที่ เพราะไม่ต้องแบ่ง cpu ไว้ทำงานอื่น

ผู้บริโภคได้ประโยชน์ทางอ้อมครับ :)


update_1 : เพิ่งไปอ่านเกี่ยวกับ HTML5 มาพบว่า multi-task เป็นไปได้บน browser app ครับ หมายความว่า เป็นไปได้บน iPad ด้วยเหมือนกัน ถ้าเว็บนั้นเอา HTML5 มาใช้อย่างเหมาะสม
http://diveintohtml5.org/detect.html#workers

Comments

#1

เห็นด้วยกับบทความครับ

#2

ขอบคุณครับ :)

ปล. นี่ไม่ใช่บทความครับ เป็นความคิดเห็นใน blog ของผมเอง

#3

ตัว No Multi-tasking นี้เป็นข้อดีที่ผมเห็นด้วยนะครับแต่นึกภาพไม่ออกนะครับเพราะโดยส่วนตัวผมเป็น Developer ฝั่ง PC ที่สนใจ Handheld Application มากๆแต่งงอยู่ว่า ถ้าไม่ Muti-tasking ระบบจะทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันได้ไง เพราะในแง่ความเป็นจริงระบบมันก็ยังทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันอยู่ดีถึงเราจะทำงานเพียงอยางเดียว เช่น เกม แบ่งระบบการทำงานย่อยๆเลย
Thread สำหรับจัดการแสดงผล
Thread สำหรับจัดการปรับปรุงค่า
Thread สำหรับเสียงเพลงประกอบ

แล้วลองนึกดูว่า หากเราเปิดดูอัลาบัมรูปภาพแล้วเปิดเพลงไปด้วย มันจะดีกว่าเปิดดูรูปภาพอย่างเดียวไหม..... หรือว่าผมเข้าใจผิดว๊า อธิบายเพิ่มหน่อยนะครับ

#4

ตอนที่เขียนอยู่นี้ iOS ยังไม่ออกครับ ซึ่งตอนนี้เขาเริ่มรองรับ multitask มากขึ้นแล้ว แต่เดิมรองรับแต่ app ที่ apple เขียนเอง เช่น iPod app ครับ ที่เวลาฟังเพลงเราสามารถที่จะทำอย่างอื่นตามไปด้วย

ตอนนี้บน iPhone รุ่นใหม่ที่ใช้ iOS 4 รองรับ multitask แล้ว แต่เป็นในลักษณะที่จำสถานะล่าสุดของ app ที่ทำอยู่ก่อนเปลี่ยนหน้าจอหรือไปทำอย่างอื่นต่อ แล้วกลับมาเขาจะดำเนินสถานะต่อจากที่เราทิ้งค้างเอาไว้ครับ คิดว่า update สำหรับ iPad เพื่อให้รองรับตรงนี้ก็น่าจะมีตามมาครับ

เป็นประมาณนี้ครับ :)

ส่วนเรื่องลึก ๆ เกี่ยวกับ thread ผมไม่ทราบตรงนี้เหมือนกันครับ ผมไม่ได้เป็น developer ในฝั่งโปรแกรมมิ่งครับ :)

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • You can use Markdown syntax to format and style the text. Also see Markdown Extra for tables, footnotes, and more.
  • Allowed HTML tags: <pre> <embed> <object> <blockquote> <img> <h1> <h2> <h3> <h4> <br> <hr> <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
  • You can use BBCode tags in the text. URLs will automatically be converted to links.
  • Image links with 'rel="lightshow"' in the <a> tag will appear in a Lightbox slideshow when clicked on.

More information about formatting options

CAPTCHA
โปรดใส่ตัวอักษรตามภาพนี้ให้ถูกต้องนะครับ (มีไว้กัน spam)
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.

Subscribe

<-- คลิ๊กเพื่อ Subscribe blog ของผมได้จาก RSS FEED อันนี้ครับ